Hello world!
by admin Posted on July 7th, 2011 in Uncategorized
Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!
by admin Posted on July 7th, 2011 in Uncategorized
Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!
by buddhist Posted on July 9th, 2011 in Uncategorized
เสนาสนะที่นักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาในปัจจุบันได้ให้ความหมายเอาไว้ ๒ นัย
คือ ความหมายที่ ๑ หมายถึง รูปธรรมหรือตัวเสนาสนะ ความหมายที่ ๒ หมายถึง นามธรรม
หรือคุณลักษณะพิเศษที่แฝงอยู่ในเสนาสนะ ดังจะได้อธิบายจากแนวคิดนักปราชญ์ทั้ง ๓ ท่านมา
เทียบเคียง ดังนี้
๑) พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ) วัดสวนโมกขพลาราม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
กล่าวถึงเสนาสนะตามแนวทางการปฏิบัติสมณธรรม ว่า มี ๔ อย่าง คือ อย่างที่ ๑ : พูดภาษาคนธรรมดา คำตอบก็คือ ที่อยู่ หมู่ที่ ๖ ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
อย่างที่ ๒ : พูดโดยภาษาที่ดีกว่านั้น จริงกว่านั้น คือ ภาษาจิตอธิบายว่า จิตที่เห็นสวน
โมกข์นั่นแหละมีสวนโมกข์ Read more »
by buddhist Posted on July 9th, 2011 in Uncategorized
กล่าวถึง
เสนาสนะตามแนวทางการปฏิบัติสมณธรรม คือ เสนาสนะ ในทางพระพุทธศาสนา มี
ความหมายว่า ที่อยู่อาศัย เช่น กุฎี วิหาร และเครื่องใช้เกี่ยวกับสถานที่ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ แม้โคน
ไม้ เมื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ก็เรียกเสนาสนะเหมือนกัน ๓) พระธรรมกิตติวงศ์ วัดราชโอรสาราม กรุงเทพมหานคร ได้ให้ความหมายของ
เสนาสนะว่า เสนาสนะ หมายถึง อาคาร สถานที่ซึ่งใช้เป็นที่พำนักอาศัยหรือเป็นที่ทำกิจกรรม
ของพระสงฆ์ได้และหมายถึงสิ่งที่ใช้เป็นที่นั่ง ที่พิง ที่หนุนได้ เช่น อุโบสถ วิหาร ศาลา กุฏิ ที่
นอน หมอน พรม ที่ปูนอน ผ้าปูนั่ง เป็นต้น๑๙
นักปราชญ์ทั้งสองท่านหลังนี้ ให้ความหมายเสนาสนะที่เป็นสิ่งของที่สามารถสัมผัส
ได้ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยมังสะจักษุหรือตาเนื้อของมนุษย์ โดยอธิบายว่าทุกสิ่งที่เราเข้าไป
เกี่ยวข้องสัมพันธ์ในชีวิตของนักบวชอย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัยนั้น ถือว่าเป็นเสนาสนะได้
ทั้งนั้น นับตั้งแต่กุฎี อุโบสถ วิหาร ศาลา เตียง เก้าอี้ หมอน เป็นต้น ส่วนการจัดทำกิจกรรม
ต่างๆ ขึ้นในเสนาสนะเหล่านี้ต้องดำเนินอยู่ภายใต้พระวินัยเท่านั้น โดยไม่เป็นการทำล่วงละเมิด
หรือทำลายสิกขาบทใด ๆ ให้เสื่อมเสียไปแต่ประการใด เพราะเป็นการศึกษาในด้านการพัฒนา Read more »
by buddhist Posted on July 9th, 2011 in Uncategorized
ที่อยู่อาศัยชนิดเดิมหรือ
อย่างแรก ไม่มีสิ่งรบกวน ให้ได้ง่าย สะดวกแก่การใช้สอย ได้แก่ โคนไม้ ถ้ำ ป่าไม้ เพราะเป็น
ธรรมชาติมีอยู่มากมาย เป็นสิ่งที่ใช้เฉพาะบุคคลเท่านั้น มีขนาดไม่ใหญ่โต สะดวกต่อการดูแล
รักษา และอีกนัยหนึ่ง หมายถึง ศาลา ธรรมสภา และปราสาท ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์ทำขึ้น
และมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปตามค่านิยม สามารถเอื้อประโยชน์ด้านกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตามวาระสำคัญๆ จึงต้องมีลักษณะใหญ่โต หรูหรา สง่างาม ใช้ทุนสร้างมาก ต้อง
อาศัยบุคคลที่มีทุนทรัพย์มากหรือความพร้อมทุกอย่างเป็นผู้สร้างถวาย รวมถึงอาศัยผู้ดูแลรักษา
เสนาสนะดังกล่าวมากตามจำนวนพื้นที่ใช้สอย
ความหมายตามคัมภีร์อรรถกถา คือที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์เหมือนกันเพียงแต่เพิ่มเติม
จากที่มีปรากฏอยู่เดิม ได้แก่ วิหาร เรือนมุงแถบเดียว(เพิง) เรือนชั้น เรือนโล้น และถ้ำ เป็น
เสนาสนะที่ต้องอาศัยกำลังคนมากตลอดถึงทุนทรัพย์ ซึ่งส่วนใหญ่มีเจ้าภาพเป็นผู้ดำเนินการให้
แล้วเสร็จเช่นกัน พระสงฆ์ไม่จำต้องลำบากนัก บางอย่างใช้งานอเนกประสงค์เพื่อตอบสนอง
กิจกรรมของพระสงฆ์ เช่น ถ้ำ ใช้เป็นที่ประชุมสังคายนาพระธรรมวินัย เป็นต้น ดังนั้น เสนาสนะ Read more »